The Use of Computer-assisted Language Learning to Develop Matthayom 3 students’ English listening ability
Abstract
This study aimed to (1) study the efficiency of the activities to develop English listening skill by using Computer-assisted Language Learning with a required efficiency of 75/75 (2) examine the effectiveness index of the activities to develop English listening skill by using Computer-assisted Language Learning (3) compare English listening skill before and after using Computer-assisted Language Learning. The samples were 29 Matthayomsuksa 3 students selected by cluster random sampling. The instruments used in the experiment were 4 units of Computer-assisted Language Learning to develop listening skill and pre-test and post-test. The data were statistically analyzed by mean, percentage, standard deviation and t-test. The results of the studying revealed that English listening activity by using Computer-assisted Language Learning to develop listening ability reached its efficiency of 39.31/44.50. It was lower than the criterion (75/75). The effectiveness index was 0.2520 indicated that the students could improve their learning at 25.20%. The post-test scores of the students were significantly higher than pre-test scores of the students at the .05 level.
It shows that using computer-assisted language learning to develop English listening ability is a good way to help students developed their English listening ability. Computer-assisted language learning motivated students to communicate and computer-assisted language learning can be effectively used to enhance languages skills.
ชื่อเรื่อง การใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟัง ภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คณะผู้วิจัย นางสาวจิราภรณ์ บุญลาด นางสาวชนม์ชนก จันโทริ
นางสาวนวลถนอม เพียรเสมอ นางสาวยุพิน หินซุย
นางสาวรัชนี ตาลพวง นายวิทยา ศรีสร้อย
นางสาววิลาวรรณ ชัยมา
อาจารย์ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ ดร. ธูปทอง กว้างสวาสดิ์
ระดับการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่พิมพ์ 2554
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ (1) เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาเพื่อพัฒนาความสามารถด้านทักษะการฟังของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ 75/75 (2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาในการพัฒนาความสามารถทางด้านทักษะการฟังของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการฟังก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาในการพัฒนาความสามารถทางด้านทักษะการฟังของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2553 โรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล คือ บทเรียนสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาในการพัฒนาความสามารถทางด้านทักษะการฟัง จำนวน 4 หน่วยการเรียน แบบทสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน งานวิจัยปรากฏผลดังต่อไปนี้ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาในการพัฒนาความสามารถทางด้านทักษะการฟัง มีประสิทธิภาพเท่ากับ 39.31/44.50 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และมีค่าดัชนีประสิทธิผลของคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาเพื่อพัฒนาความสามรถด้านทักษะการฟังเท่ากับ 0.2520 ซึ่งหมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25.20 ผลการเปรียบเทียบทักษะการฟังก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาในการพัฒนาความสามารถทางด้านทักษะการฟังระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความสามารถด้านทักษะการฟังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการศึกษาพบว่าการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาทำให้นักเรียนมีความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษดีขึ้น ในการจัดกิจกรรมโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยเรียนภาษาทำให้นักเรียนให้ความสนใจเนื้อหาที่เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษและมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น